บทสัมภาษณ์สองน้ากับหนึ่งพี่ จากหนังสือลลนา


นี่เป็นบทสัมภาษณ์สองน้ากับหนึ่งพี่ จากหนังสือลลนา ฉบับที่ 435 ปักษ์หลังกุมภาพันธ์ 2534 เป็นสกู๊ปสัมภาษณ์ในหัวข้อ “รักกันเข้าไส้” โดย มาหมู่ ตามที่คุณพระอาทิตย์สีส้มได้นำรูปจากคอลัมน์นี้มาโพสต์ไว้ ค่อนข้างยาวครับ..แต่สำหรับแฟนๆ ของ S&S แล้วไม่ควรพลาด…. 😀

“ถ้าเขียนวงกลมสามวง มันก็จะเป็นแค่วงกลมสามวงที่มีเส้นรอบวงมาชนกัน แต่จะไม่มีเส้นไหนจากวงไหนเข้ามาล้ำกันเลย…การที่เรามารวมกันได้นั้น ก็เป็นเพราะรายการ Sat & Sun อย่างเดียว” และนั่นคือลักษณะบุคลิก-นิสัยของนักจัดรายการชื่อดังสามคน “คุณนัท-คุณณรงค์-และคุณมาลี” ที่รักกันปานจะกลืน ยามได้นั่งกล่อมคนฟังวิทยุในรายการ Sat & Sun ทุกคืนวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาสามทุ่มถึงตีหนึ่ง ที่สถานีวิทยุ วพท. เอฟ.เอ็ม. 90.5 เมกะเฮิร์ตซ์

รายการ Sat & Sun ในระยะแรกเริ่ม คุณณรงค์ ลัมะกานนท์กับคุณนัท หรืออุดม โพธิ์ทอง ช่วยกันจัดรายการตามลำพังสองคน ที่สถานีวิทยุปตอ. ช่วงสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน โดยคุณณรงค์จัดรายการวันเสาร์ ส่วนคุณนัทจัดวันอาทิตย์ แต่พอจัดแยกกันไปได้หนึ่งเดือน ก็ต้องกลับมารวมกัน เพราะต่างคนต่างรู้สึกว่า “เหงาปาก” อีกอย่างคือการจัดรายการร่วมกันนั้นสนุกกว่า เหมือนอย่างที่คุณนัทว่า “ได้เถียงกันแล้วมันดี” แต่พอรายการผ่านหูผู้ฟังไปประมาณครึ่งปี คู่ขวัญแห่ง Sat & Sun ก็ย้ายวิกไปที่สถานีวิทยุ วพท.

ส่วนคุณมาลี บุณยศรีสวัสดิ์ ซึ่งรู้จักมักคุ้นกันบุคคลทั้งสองมาตั้งแต่ครั้งยังจัดรายการให้บริษัทไนท์สปอต ได้เข้ามาร่วมจัดรายการนี้เมื่อตอนกลางปี พ.ศ. 2531 คุณนัททวนความหลังว่า “ช่วงนั้นพอดีผมต้องไปญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์” คุณณรงค์เสริมว่า “ตอนแรกเราก็ชวนคุณมาลีมาจัดแทนคุณนัทชั่วคราว แต่ตอนหลังคุณมาลีเค้าไม่ยอมไป” คุณมาลีร้องกรี๊ดเล็กๆ เมือได้ยิน ภายในห้องอัดเสียงในวันนั้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น คล้ายบรรยากาศของรายการ Sat & Sun ที่หลายคนคงเคยฟังจากวิทยุ รายการที่มีผู้จัดสามคน สามรูปแบบมานั่งพูดคุย วิจารณ์ และตอบจดหมายแฟนเพลงในรายการร่วมกัน

พอเอ่ยปากถามถึงลักษณะการทำงานร่วมกันของทั้งสาม คุณณรงค์สบโอกาสเปิดเขื่อนเป็นคนแรก “โอ๊ย-กัดกันแหลก ไม่มีใครเหมือนกันสักคน เราไม่มีอะไรที่ตรงกันเลย”

“อาจเป็นเพราะนิสัยเราไม่เหมือนกันเลย” คุณมาลีสมทบ “สามคนก็สามแบบ ไม่มีตัวร่วม สมมุตินะว่าเรายกอะไรขึ้นมาสักอย่าง แล้วถามถึงความเห็นของเราสามคน ก็จะได้สามความเห็นที่ต่างกันมาก อย่างคุณนัทนี่เป็นคนช่างจดช่างจำ ความจำเค้าเป็นเลิศ จ๊ำจำได้หมด ผ่านมาสิบปียี่สิบปีแล้วก็ยังจำ ส่วนคุณมาลีนี่ได้ชื่อมาตั้งแต่อยู่ไนท์สปอตแล้วว่า เป็นคนมีความจำสั้น…” คุณณรงค์พูดชัดว่า “ความจำสั้นหรือความจำเสื่อม” ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครง โดยไม่ต้องรอคำตอบจากคุณมาลี คุณณรงค์ขยายความต่อว่า “คือเค้าจำได้สามวันแล้วลืม คุณมาลีมีความจำสั้นน่าดูเลย อย่างบางทีอัดเสียงไปแล้วอาทิตย์นึง พอมาอัดอีกทีเค้าจะลืมชื่อรายการ เพราะมันเลยสามวันไปแล้ว” “คุณณรงค์นี่ประเภทเพลย์บอย” เป็นทีของคุณมาลีบ้าง ขณะที่เจ้าตัวพูดแย้งไม่ขาดปากว่า “ผมเป็นคนเรียบร้อย” อีกทั้งแสนสุภาพอารีอารอบ และคอยรอมชอมคุณมาลีกับคุณนัทไม่ให้เบาะแว้งกันเสมอ คุณนัทจึงสรุปความให้ว่า “คุณณรงค์นั้นจริงๆ แล้วเป็น “แฟมิลี่ แมน”- – รักบ้านรักครอบครัว แม้บทสรุปแท้จริงจะยังเป็นกรณีพิพาทกันอยู่ แต่บางครั้งก็มีผู้ฟังรายการนี้ส่งบทสรุปของรายการและผู้จัดมาให้ คุณนัทคนช่างจำนึกถึงคำกล่าวของแฟนรายการคนหนึ่งขึ้นมาได้ “เขาเขียนมาบอกว่า คนจัดรายการ Sat & Sun เป็นซาดิสม์ คือพอใครคนหนึ่งคนใดพลาดพลั้ง อีกสองคนที่เหลือจะช่วยกันรุมซ้ำทันที ซึ่งจริงมากเลย” คุณณรงค์เสริมว่า “เพราะเรามีความพร้อมเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ โหด เลว อ้วน (หัวเราะ) แล้วที่เราจัดรายการด้วยกันได้นี่ แม้ว่าบุคลิก-นิสัยของเราจะต่างกันมาก แต่ความคล้ายของเราก็พอมีอยู่บ้าง ตรงที่ทุกคนชอบแว้งกัด” เขาย้ำชัดเจน “แว้งกัน” ดังนั้นข้อทะเลาะเบาะแว้งระหว่างกันนั้นคงมีขึ้นอยู่เสมออย่างไม่ต้องสงสัย “อู๊ย-บ่อยๆ หน้าดำหน้าแดงเขียวด้วย” คุณมาลียกตัวอย่าง “เช่นเรื่องบาร์บรา สตรัยแซนด์นี่ไง” สาวจมูกงุ้มที่คุณมาลีชอบ แต่คุณนัทไม่ชอบ “อย่างเรื่องนี้ก็ทะเลาะกันได้เป็นปีๆ” “เรื่องดารามันจะแข่งๆ กันอยู่ในที” คุณนัทบอก “อย่างคุณณรงค์ก็ชอบแคธรีน เฮพเบิร์น” คุณณรงค์บุ้ยใบ้ไปที่คุณนัท “เค้าน่ะชอบเบ๊ตตี้ เดวิส ที่ตาพองตาเหลือก” คุณนัทย้อนคุณณรงค์ถึงเรื่องแคธรีน เฮพเบิร์น “เค้าชอบคนที่มีโหนกแก้มและปากแบะ ตาหยีตาจี่อีกต่างหาก” พอสิ้นคำก็หัวเราะร่วมกันอีกครั้ง

ในการทำรายการ Sat & Sun นั้น ก็ต้องมีการตระเตรียมงานอยู่บ้าง เช่นว่าการนัดห้องอัดเสียง และการปรึกษาหารือกันว่าจะเชิญแขกคนใดมาสัมภาษณ์ในรายการ หรือหากไม่มี นักจัดรายการทั้งสามจะนำจดหมายมาอ่านออกรายการแทน ซึ่งจดหมายของแฟนรายการนั้น คุณณรงค์เผยให้ฟังว่ามีเข้ามาเฉลี่ยอาทิตย์ละ 100 ฉบับ “แต่เราอ่านออกอากาศได้ไม่ทุกฉบับ ต้องคัดทิ้งไปบ้างหากว่ามันไม่เหมาะสม” “เช่นจดหมายที่ชมผู้จัดรายการมากเกินไป” คุณนัทพูดแทรกขึ้นมาอย่างเป็นงานเป็นการ และคุณณรงค์นั่นเองที่เป็นคนไปไขตู้ไปรษณีย์ ทั้งยังเป็นคนอ่านจดหมายก่อนที่จะนำไปอ่านออกอากาศในรายการอีกครั้ง “ผมเป็นคนเดียวที่ทำงานหนักมาก” คุณณรงค์เน้นหนักคำท้าย “สองคนนี้เค้ามา…พูดพูดพูดออกรายการแล้วก็กลับ” คุณณรงค์ต้องพักเพื่อรอให้เสียงฮือฮาสงบแล้วจึงพูดต่อ “ถ้าผมมีเวลาผมก็จะอ่านจดหมายทุกฉบับ แล้วขีดๆ เป็นเครื่องหมายไว้ว่าตรงไหนจะอ่าน ตรงไหนตัด เพราะบางฉบับยาวมาก ไม่ก็จะมีเนื้อความพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ซ้ำกันหลายๆ ฉบับ ถ้าเอามาออกอากาศหมดทุกบรรทัดทุกตัวอักษรแล้วจะไม่ทัน จดหมายอื่นจะถูกดองนานเป็นเดือน อีกเหตุผลที่ทำให้จดหมายถูกดองไว้นานเพราะว่าการตอบในรายการมักจะยืดเยื้อ” คุณณรงค์ว่าพลางชำเลืองไปที่เพื่อนร่วมงานทั้งสอง “ใครบางคนชอบพูดนอกเรื่อง ชอบตะแบงให้เรื่องมันยาว ไม่รู้จบ” (บางคน-ที่ว่านั้นเป็นใคร โปรดเดาเอาเอง)

ทั้งสามจะพบปะกันเพียงสัปดาห์ละครั้ง คือวันบันทึกเสียงรายการ ซึ่งต้องรอให้พร้อมหนัากันก่อนถึงจะเริ่มลงมือปฏิบัติงานได้ “เราต้องคอคุณณรงค์ เพราะเทปอยู่ที่เค้า” คุณนัทชี้แจง ไม่วายที่คุณณรงค์จะแก้ความ “บางครั้งถ้าผมรู้ว่าจะต้องมาช้า ผมก็จะเอาเทปมาทิ้งไว้ให้” แต่นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ต่างคนต่างแทบไม่ได้พบหน้าค่าตาซึ่งกันและกัน เนื่องจากว่าแต่ละคนต่างก็มีสังคมส่วนตัวที่ไม่เหมือนกัน คุณมาลีเล่าว่า “คุณนัทนี่เค้ามีวงข้าราชการ แล้วก็วงเอยูเอ (สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา) อีกอย่าง สังคมของเค้ามีธุรกิจค่อนข้างจะรัดตัว ก็ลองเปิดประตูปราสาทของเค้าดูสิ รายการนัดนี่ขี่กันยิบเลยนะ แบบสิบโมงเค้าเล่นนัดทีเดียวแปดเจ้า ธุรกิจวุ่นวายมาก” ปราสาทที่คุณมาลีพูดถึงนั้น คุณณรงค์ชี้แจงให้ฟังว่าเป็นสมุดไดอารี่ของคุณนัท สังคมของคุณมาลีก็วุ่นไปอีกแบบ นอกจากจัดรายการ Sat & Sun แล้ว คุณมาลียังมีงานอัดสปอตโฆษณา ซึ่งค่อนข้างถี่เป็นพิเศษ ส่วนรายการวิทยุอื่นๆ ก็มีบ้าง แต่ไม่ประจำ คุณณรงค์ทบทวนความจำเสริมให้อีกว่า “บางทีเค้ายังมีเล่นเกมโชว์ เป็นการหาลำไพ่พิเศษด้วย” ฝ่ายคุณนัทก็ไม่รอท่า เบิกทางไปที่คุณณรงค์ “คนนี้น่ะเค้าเล่นหนังด้วยนะ” คุณมาลีเลยเป็นลูกคู่ให้ “ใช่ สองเรื่องแล้ว ไม่ใช่กระจอกเลยนะ เรื่อง “สุภาพบุรุษที่สุดในโลก” กับ “คือฉัน” ไง” คุณณรงค์หัวเราะพลางบอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเอาไปเผยแพร่ แต่แหม-จะไม่…ได้ยังไง นอกจาก Sat & Sun แล้ว คุณณรงค์ยังจัดอีกรายการหนึ่งคือ You and I เป็นรายการเพลงสากลเก่าๆ ที่สถานีวิทยุ สวพ. ทั้งยังมีตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท เอส แอนด์ พี อีกด้วย บุคคลทั้งสามคบหาและร่วมงานกันมาก็นานนักแล้ว แต่ครั้นสอบถามถึงความประทับใจซึ่งกันและกัน คุณมาลีกลับปฏิเสธเสียงแหลมว่า “ไม่มี้ ไม่มี” เป็นเหตุให้คุณณรงค์ต้องแย้งว่าไม่จริง “คุณมาลีเคยไปให้สัมภาษณ์ในรายการของคุณจันทรา (ชัยนาม) เค้ายังเคยพูดถึงผมกับคุณนัทอย่างชื่นชมเลยว่า เค้ามีเพื่อนร่วมงานดี จริงๆแล้วคุณมาลีเป็นปลื้มกับเราสองคนมาก” คุณนัทช่วยเสริมต่อว่า “คุณมาลีเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน คือปากแข็งแต่ใจอ่อน หรือปากไม่ตรงกับใจ ส่วนคุณณรงค์นั้นเค้าก็ปาวๆ ไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีอะไรเหมือนกัน” ทั้งนี้และทั้งนั้น-หากให้สรุป ทั้งสามคนมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ต่างคนต่างมองกันด้วยความอิจฉาริษยาและไม่มีใครยอมเห็นใครได้ดีกว่าตัวเองเด็ดขาด เออแน่ะ…เป็นเสียอย่างนั้น

รายการ Sat & Sun ของคุณนัท คุณณรงค์ และคุณมาลีมีมานานร่วมห้าปีครึ่งแล้ว ทว่ารายการนี้จะยืนยาวต่อไปอีกนานเพียงไหนนั้น คุณมาลีบอกว่า “ถ้าจะให้พูดแบบศิลปินก็จะว่า จนกว่าประชาชนจะเลิกฟังละค่ะ” คุณนัท “จนกว่าสปอนเซอร์จะไม่ให้จัด” ส่วนคุณณรงค์บอกว่า “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกพิศวาสเรา แต่ถ้าสปอนเซอร์จะหมดจริงๆ เราก็จะตะเกียกตะกายหาต่อ นอกจากจะตะเกียกแล้วตะกาย แล้วยังหาไม่ได้ ก็ต้องค่อยคิดกันอีกที” คุณมาลีไม่วายแย้งขึ้นมาว่า “ไม่เห็นต้องทำเลย ไม่มี Sat & Sun ก็อยู่ได้ มีกิน” เป็นเหตุให้เพื่อนร่วมงานอีกสองได้โอกาสขย้ำ “ก็จริง อยู่น่ะอยู่ได้ แต่ปากมันจะคันมาก แล้วไม่เป็นสุข” รายการ Sat & Sun จึงยังยืนหยัดคู่กับคนฟัง ที่โปรดปรานเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเสียงของความขัดแย้งของทั้งสาม เกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองและแวดวงบันเทิงอยู่ไม่รู้วาย คงติดใจความรักระหว่างเพื่อนร่วมงานทั้งสาม ที่นิยม “ลับฝีปาก” กันอย่างนี้เป็นแน่ 😀

Posted in Story.